คามิโคจิอยู่ในอุทยานแห่งชาติชูบุซังกะกุ ห่างจากเมืองมัตสึโมโต้ออกไปทางทิศตะวันตก 51 กม. คามิโคจิมีความหมายว่า “สถานที่ที่เทพเจ้าลงมาประทับ” เป็นสถานที่ที่มีธรรมชาติที่บริสุทธิ์มากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นและเป็นจุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวและการผจญภัยในพื้นที่บริเวณนี้

ภายในอุทยานนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักเดินเล่นริมแม่น้ำอะซูสะตั้งแต่บึงไทโชไปจนถึงสะพานคัปปะบาชิ ในฤดูร้อนช่วงวันเสาร์-อาทิตย์นักท่องเที่ยวจะเยอะเป็นพิเศษ ในบริเวณนี้มีบึงน้ำอยู่ทั้งสองแห่งคือบึงไทโชและบึงเมียวจิน บึงไทโชซึ่งอยู่ระหว่างทางถือเป็นสถานที่ถ่ายภาพยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาดที่จะแวะถ่ายรูปบริเวณบึงสีเขียวมรกตที่มีเทือกเขาแอลป์เป็นฉากหลัง เมื่อขึ้นไปด้านบนใกล้กับที่จอดรถบัส ทัศนียภาพของเทือกเขาโฮตากะ ภูเขายาเกดาเกะและภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่นอยู่เมื่อมองจากสะพานคับปะกลายเป็นมุมถ่ายภาพยอดนิยมที่ใครๆ ก็ต้องมาถ่ายรูปตรงจุดนี้ นอกจากนี้วิวที่งดงามนี้ยังถูกนำไปทำเป็นโปสการ์ดและปกหนังสือท่องเที่ยวมากมาย นอกจากทิวทัศน์ที่งดงามแล้วที่นี่ยังมีศิลาจารึกของวัลเทอร์ เวสตันนักบวชผู้เผยแพร่ศาสนาชาวอังกฤษผู้ซึ่งเป็นคนแรกที่แนะนำให้ชาวโลกได้รู้จักคามิโคจิและเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นรวมทั้งเป็นคนแรกที่เรียกภูเขาแห่งนี้ว่าเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นอีกด้วย

คามิโคจินับเป็นสถานที่ที่งดงามอย่างสมบูรณ์แบบเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ห้ามนำรถยนต์ส่วนตัวเข้าไปจึงทำให้พื้นที่แห่งนี้แทบจะไม่มีควันพิษอยู่เลย


หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการเดินป่า คามิโคจิถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินป่าและการปีนเขา ภูเขาที่ได้รับความนิยมได้แก่ภูเขายาริ (3,180 ม.) และภูเขาโอะคุโฮตากะดาเกะ (3,190 ม.) ซึ่งเป็นภูเขาที่มีความสวยงาม หากมาเที่ยวในช่วงฤดูท่องเที่ยวที่นี่จะหนาแน่นไปด้วยฝูงชนจำนวนมาก ขอแนะนำให้มาท่องเที่ยวในฤดูใบไม้ร่วงหรือช่วงที่ไม่ตรงกับวันหยุดยาว เพราะผู้คนส่วนใหญ่จะไม่เดินไปไหนไกลจากที่จอดรถบัสเกินกว่า 500 เมตร เนื่องจากในบริเวณนั้นจะมีร้านขายของที่ระลึกและมุมถ่ายรูปมหาชนอย่างสะพานคัปปะนั่นเอง

เดินเล่นและปีนเขา

บนความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,500 ม. คุณจะได้พบกับอากาศที่เย็นสบายและวิวทิวทัศน์ที่งดงาม ในช่วงฤดูร้อนไปจนถึงต้นฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่เหมาะแก่การเดินเลียบแม่น้ำอะซูสะตามเส้นทางเดินป่าระยะใกล้ โดยเฉพาะการเดินชมความสวยงามของใบไม้ในฤดูใบไม้เปลี่ยนสี วิวสองข้างทาง ธรรมชาติที่บริสุทธิ์งดงามและป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์จะทำให้คุณหายเหนื่อยและลืมระยะทางไปเลยทีเดียว เมื่อเดินไปจนถึงด้านบนจะได้พบกับศาลเจ้าและบึงเมียวจิน

พักแรมและการตั้งแคมป์

กระท่อมบนภูเขา (หรือที่เรียกว่า ยามะโกย่า) จะมีที่นอน ผ้าห่มและอาหารให้ ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า ค่าบริการมีหลากหลายราคาตั้งแต่ 6,000-9,000 เยน ที่พักแรมส่วนใหญ่จะมีพื้นที่สำหรับตั้งแคมป์ด้วย ในช่วงฤดูปีนเขา การพักในกระท่อมบนภูเขาหรือการตั้งแคมป์อาจทำให้คุณได้พบเพื่อนเดินทางใหม่ๆ อีกด้วย สามารถเช็คอินได้เวลา 16:00 น. แต่ทางที่พักแรมจะแนะนำให้คุณมาถึงกระท่อมประมาณ 14:00-15:00 น. การเข้าพักไม่จำเป็นต้องนำถุงนอนมาด้วยเนื่องจากกระท่อมมีที่นอนและมีอาหารให้ 2 มื้อบางครั้งจะมีอาหารกลางวันให้ด้วย หากต้องการตั้งแคมป์ราคาจะอยู่ที่ 500-700 เยน หากต้องการประหยัดค่าอาหารขอแนะนำให้ซื้ออาหารมาจากข้างนอกก่อนที่จะเดินทางไปคามิโคจิ ที่ตั้งแคมป์ที่นี่มีหลายแห่งเช่น โคนะชิไดร่า, นิชิอิโตะยะ ซันโซ, เมียวจินคังเรียวกังและโทคุซาว่าเอ็น เป็นต้น ​

นอกจากนี้ในหุบเขาโคมิยังมีที่พักดีๆ อีกหลายแห่งแต่ต้องทำการจองล่วงหน้า ห้องพักที่โรงแรมอิมพีเรียลราคาเริ่มต้นที่ 27,500 เยน หากต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายก็สามารถพักแรมหรือตั้งแคมป์ตามที่พักแรมที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

อ่านต่อ:

ที่อยู่
คามิโคจิ
เว็บไซต์
http://www.kamikochi.org/
วันหยุดทำการ
คามิโคจิเปิดให้เที่ยวชมระหว่างกลางเดือนเมษายน-กลางเดือนพฤศจิกายน ที่พักแรมและสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งหมดรวมถึงการคมนาคมจะงดให้บริการในระหว่างฤดูหนาว

การเดินทาง

รถบัส

ขึ้นรถไฟของมัตสึโมโต้เด็นเทะสึ สายคามิโคจิจากมัตสึโมโต้ไปลงที่ ชินชิมะชิมะ (30นาที) จากนั้นขึ้นรถบัสต่อไปยังคามิโคจิ (60นาที) จากสถานีรถประจำทางมัตสึโมโต้จะมีรถบัสวิ่งตรงจากมัตสึโมโต้ (90 นาที) แต่จะมีเพียงไม่กี่เที่ยวเท่านั้นดูตารางเวลา

รถยนต์

เส้นทางที่จะไปยังคามิโคจิจะไม่เปิดให้รถยนต์โดยทั่วไปผ่าน แต่สามารถนำรถส่วนตัวมาจอดได้ที่ลานจอดรถบริเวณอุโมงค์ตรงสะวันโดะ ค่าจอดรถ 500 เยนต่อวันใช้เวลาเดินทางมาจากมัตสึโมโต้ประมาณ 50 นาทีจากนั้นต่อรถบัสหรือรถแท็กซี่เพื่อไปยังอุทยาน
จันทร์, พ.ย. 5, 2018